Fiction

Dianthus Stage [Dianthus Break I]

posted on 23 Mar 2011 22:48 by srwkung in Fiction
Dianthus Break I

-------------------------------



Lapis Relation
“เด็กสาวผู้ซึ่งซ่อนดวงดารานับล้านไว้ใต้ใบหน้าอันเรียบเฉย”

ชื่อภาษาไทย – ลาปิส รีเรชั่น
เพศ – หญิง
อายุตอนที่ปรากฎตัวออกมาครั้งแรกในเรื่อง – 15
ส่วนสูง – 158
น้ำหนัก – 44
หมู่เลือด - AB
B.W.H – 84/58/88
เชื้อชาติ – ออสเตรีย
วันเกิด – 7/7
ราศี – กรกฎ
สีประจำตัว – ม่วงอมเทา
ของกินที่ชอบ – สลัดปลาเทราท์,น้ำแอบเปิล,ทีรามิสุ
ของกินที่เกลียด – เบคอน
กลุ่มเรียน – DS
ทักษะถนัด – เวทมนต์
งนอดิเรก – อ่านหนังสือ,นั่งดูหนังสารคดี
อันดับสาวสวยจากเชนย่า – อันดับที่เจ็ดจากบรรดาเด็กนักเรียนปี1
Artwork - Quest

ข้อมูลโดยสังเขป
- เด็กสาวผู้ซึ่งอารมณ์กับใบหน้านั้นไม่สัมพันธ์ซึ่งกันและกันเลยสักนิด โดยพื้นฐานลาปิสเป็นเด็กสาวที่ค่อนข้างใจดี ขี้เกรงใจ และรู้จักวิธีเอาอกเอาใจผู้อื่น เธอยังหัวดีและเป็นเด็กสาวที่มีสัมมาคารวะกับผู้หลักผู้ใหญ่และบรรดาคนสูง อายุทั้งหลาย กับบรรดาเพื่อนๆและคนรอบข้างลาปิสก็รู้จักปรับตัวและรักษาระยะห่างความ สัมพันธ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เธอเป็นคนมีเหตุมีผลและพร้อมจะให้อภัยคนอื่นทุกเมื่อ นอกจากนั้นเธอยังมีไหวพริบดีอีกด้วย ข้อเสียของเธอก็คงเห็นจะเป็นใบหน้าที่เฉยเมยแม้กระทั้งในตอนที่เธอยิ้มออกมา แทบจะหาคนสังเกตุออกได้น้อยยิ่งนัก ด้วยหน้าตาที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจใครและเฉยเมยกับทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้เธอค่อนข้างที่จะมีเพื่อนน้อยและถูกกลั่นแกล้งอยู่บ่อยๆและมักมีปัญหา กับการเริ่มต้นทำความรู้จักกับคนอื่นๆ สำหรับเธอแล้วการที่ร่างกายตัวเองไม่สามารถแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ นั้น เธอถือเสมือนกับว่ามันเป็นความพิการทางร่างกายอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

ว่าด้วยลาปิส
- สำหรับผมแล้ว คาแรกเตอร์ตัวละครหญิงในดวงใจคงหนีไม่พ้น โฮชิโนะ รูริ จากเรื่องยานรบอวกาศนาเดซิโก้ เพราะเสน่ห์จากใบหน้าที่เรียบเฉยของรูริจังทำให้ผมหลงใหลในโลกอนิเมท อาจจะเรียกได้ว่าถ้าไม่มีรูริจังแล้วล่ะก็ฟิกชั่นเรื่องนี้ก็คงไม่ถือกำเนิด ขึ้นมาด้วยเช่นกัน ลาปิสเลยเป็นตัวละครที่ผมได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากรูริเต็มๆ เพราะผมคิดว่านางเอกที่มีเสน่ห์ที่สุดนั้น มันก็ต้องมีบุคลิกและลักษณะคล้ายคลึงกับรูริน่ะสิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความน่ารักที่ซ่อนอยู่ในใบหน้าอันเฉยเมย ทรงผมทวินเทล หรือแม้แต่ชื่อของลาปิสยังถูกตั้งออกมาให้ใกล้เคียงกับรูริและจงใจล้อเธอมา เต็มๆ โดยรูรินั้นเป็นชื่อภาษาญี่ปุ่นของแร่Lapis Lazuli ส่วนนามสกุลของเธอหรือ รีเรชั่น นั้นแปลความหมายได้ว่าความสัมพันธ์ ชื่อและนามสกุลของเธอเลยเป็นมุขไปเต็มๆเลยว่า“มีความสัมพันธ์กับรูริ”
ลา ปิสเป็นคาแรกเตอร์ที่มีอะไรบางอย่างคล้ายคลึงกับเจเนซิส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระบวนการคิดหรือนิสัยขี้เกรงใจ แต่ลักษณะบางอย่างเองก็ช่างแตกต่างจากเจเนซิสไปอย่างสุดขั้ว และความแตกต่างนี้นิแหละที่จะทำให้ทั้งเจเนซิสและลาปิสดึงดูดเข้าหากันได้ มากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเรื่องราวดำเนินไปข้างหน้า
ผมชอบสร้างตัวละครที่ดูมี อะไรซ่อนอยู่มากกว่าตัวละครที่แสดงทุกอย่างออกมาให้เห็นจากภายนอก ตัวละครเกือบทุกคนจึงมักมีปมลึกๆอะไรบางอย่างอยู่ในใจเสมอๆ สำหรับลาปิสนั้น คงเป็นเรื่องใบหน้าของเธอนั่นแหละ ความสมบูรณ์แบบของเธอสามารถก่อกำเนิดขึ้นมาได้จากอารมณ์เก็บกดที่ฝังรากลึก อยู่ในจิตใจ เพราะว่าเธอไม่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงให้คนอื่นเห็นได้ เวลามีความสุขก็ไม่สามารถแสดงให้คนอื่นเห็นได้ว่าตัวเองกำลังมีความสุขและ เวลาที่เธอทุกข์ก็มีน้อยคนนักที่จะรับรู้ในความทุกข์ของเธอ ความเปล่าเปลี่ยวและเดียวดายจากวัยเด็กได้หล่อหลอมให้เธอถีบตัวเองขึ้นมา เรื่อยๆ โดยมีจุดประสงค์ง่ายๆแค่ว่า ถ้าเธอเก่งและมีความสามารถ ถ้าเธอสามารถให้คนอื่นมาพึ่งพาได้ ทุกคนก็จะเข้าหาเธอกันมากขึ้นและเมื่อถึงตอนนั่น คงต้องมีสักคนที่สามารถมองทะลุเข้าไปในจิตใจของเธอได้ เธอหวังแค่ว่าจะมีคนมาร่วมแชร์ความสุขและความทุกข์ของเธอไปด้วยกัน เธอแค่อยากได้ใครสักคนที่มองเธอออกและเธอสามารถที่จะฝากหัวใจของเธอเอาไว้ ให้กับเขาได้ก็เท่านั่นเอง
ผมคิดเสมอว่าลาปิสเป็นคาแรกเตอร์ที่เปรียบ เหมือนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวน้อยใหญ่บานสะพรั่ง สวยสดงดงามแต่ถูกบดบังด้วยสีหน้านิ่งเรียบและไร้ซึ่งอารมณ์ของเธอ ผมคิดว่าหากมีคนอย่างลาปิสอยู่ในชีวิตจริงๆแล้วละก็ เชื่อได้เลยว่าหากคุณพบว่าพวกเขาเหล่านั่นมีอะไรที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ภายใต้ หน้ากากที่ชื่อว่าใบหน้าแล้วละก็ ชีวิตของคุณจะสนุกขึ้นอีกเยอะเลยละ

-------------------------------

Other

1.กางเกงในสีฟ้าขาว
- ขอสารภาพก่อนเลยว่ามันเป็นความคิดสุดแสนจะสัปดนของผมเองเนื่องจากผมอยากให้ ฉากเปิดตัวของเรื่องนี้มีกลิ่นอายแบบการ์ตูนญี่ปุ่น แต่ก็อยากให้มันเป็นฉากเปิดตัวที่แปลกและมีเอกลักษณ์ในตัวเอง ลงท้ายแล้วก็เลยกลายมาเป็นแบบที่ท่านได้อ่านกันนั่นแหละ ส่วนสาเหตุที่เลือกกางเกงในสีฟ้าขาวนั้นก็ไม่ใช่อะไรอื่น อย่างแรกก็คือมันเป็นสีธีมประจำตัวของเจเนซิส อย่างที่สองคือมันเป็นลายแรกที่ผมนึกถึงเวลาคิดถึงลายกางเกงในจากอนิเมะของ ญี่ปุ่น และอย่างสุดท้ายก็คือ มันเป็นสีที่สามารถเขียนกำกวมให้คนอ่านเข้าใจผิดนึกว่าเป็นท้องฟ้าได้นั่น เอง ผมถือว่าฉากเปิดเรื่องนี้เป็นความโรแมนติกแบบแปลกๆนะครับ เด็กชายหญิงที่พึ่งเจอกันครั้งแรก ฝ่ายชายก็ได้พบว่าฝ่ายหญิงใส่กางเกงในสีที่ตนชอบพอดิบพอดี น่ารักไหมละครับ?(ฮา)

2.ขนมปังหนึ่งแผ่น
- ฉากเปิดเรื่องมาตฐานในอนิเมะญี่ปุ่นอีกนั่นแหละ ที่มักให้ตัวเอกคาบขนมปังวิ่งมาโรงเรียน ผมเลยเอามาดัดแปลงนิดหน่อยให้เป็นโดนแมวแย่งไปและวิ่งไล่แมวแทน

3.บลูทาวเวอร์
- เรื่องนี้ค่อนข้างเล่นกับสีฟ้าไม่ก็น้ำเงินซะเยอะ โรงเรียนในเรื่องก็เป็นแบบเดียวกัน ส่วนสาเหตุที่เป็นหอคอยเพราะผมอยากให้รู้สึกถึงความสูงยาวของมันมากกว่าความ ใหญ่โต และผมเองก็อยากเขียนฉากบนดาดฟ้าด้วย ถ้าเป็นดาดฟ้าของโรงเรียนหรือปราสาทมันคงรู้สึกสูงไม่สะใจเท่าดาดฟ้าของ หอคอยแน่ๆ

4.ไชน์นิ่งสกาย
- แปลตรงตัวก็คงเป็น“ท้องฟ้าที่เปล่งประกาย”ชื่อเมืองในเรื่องจงใจตั้งให้ คล้องจองกับสภาพของโรงเรียนตัวเอก โรงเรียนที่มีลักษณะเป็นหอคอยสูงเสียดขึ้นไปบนฟ้าก็น่าจะมองเห็นทิวทัศน์ที่ ท้องฟ้าเปล่งประกายได้มากที่สุด ส่วนที่จงใจล้ออีกอย่างก็คงเป็นเรื่องสีฟ้าขาวนั้นแหละ เพราะไชน์นิ่งสามารถหมายถึงแสงสว่างได้ โดยภาพลักษณ์ของแสงสว่างก็คือสีขาว ส่วนสกายหรือท้องฟ้านั้น อิมเมจของมันก็คือสีฟ้านั่นเอง

5.Demonic Scratch
- ถึงชื่อจะดูแปลกๆเมื่อแปลแล้วได้ความหมายทำนองว่า“ข่วนปีศาจ”ก็ตาม แต่จงใจตั้งชื่อหลักสูตรให้มีตัวอักษรตัวแรกในคำตรงกับชื่อเรื่องครับผม (Dianthus Stage)

6.Drive Arms
- จริงๆตอนแรกจะตั้งชื่อมันว่า Drive Sword จะได้มีตัวอักษรตัวแรกของคำเหมือนกับชื่อเรื่อง แต่เนื่องจากถ้าใช้คำว่าSwordมันออกจะจำกัดไปนิดนึง เลยตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็น Drive Arms

7.ไล่ตามแมวขึ้นต้นไม้
- ฉากเปิดเรื่องมาตฐานหรือฉากเปิดตัวละครที่มักจะเห็นบ่อยๆในอนิเมะญี่ปุ่น โดยฉากที่ว่าก็คือการตามไปช่วยแมวที่ติดอยู่บนต้นไม้นั่นเอง พอมาอยู่ในเรื่องนี้ก็กลับกลายเป็นปีนขึ้นต้นไม้ไปฟัดกับแมวแทนที่จะไปช่วย มันซะนี้

8.ต้นสนซีคัวญ่า
- หรือที่รู้กันในอีกชื่อว่าพันธ์เซียร่าเรดวู๊ด เพราะพบในบริเวณเทือกเขาเซียร่าเนวาด้า สาเหตุที่เลือกเจ้าต้นไม้ต้นนี้มาโผล่ในเรื่องก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ แค่มันเป็นต้นไม้พันธ์ที่ใหญ่โตที่สุดในโลกเท่านั้นเอง อีกอย่างผมแอบรู้สึกว่าชื่อของต้นสนนี้เท่ไปอีกแบบด้วย

9.สาวสวยอันดับที่เจ็ดของบรรดานักเรียนปีหนึ่งที่เข้าใหม่
- ตำแหน่งที่เชนย่าตั้งให้กับลาปิส ตรงนี้จงใจล้อเรื่องตัวเลข เพราะเลขเจ็ดนั้นสัมพันธ์กับวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดซึ่งเป็นวันเกิดของลาปิส

10.God My Oh!
- คำอุทานที่เชนย่าใช้ในตอนที่1 มีที่มาจากคำอุทานเดียวกันในเรื่องแพนตี้สต๊อกกิ้งวิธกาเตอร์เบลของค่ายไกแน๊กซ์ครับผม

11.Dianthus
- ไดอาธัสหรือที่รู้จักกันในชื่อไทยว่าดอกผีเสื้อ ที่เลือกใช้ดอกไม้นี้เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญในเรื่องและรวมถึงเป็นชื่อเรื่อง ก็เพราะว่าเป็นดอกไม้ที่มีอะไรหลายๆอย่างลงตัวอย่าคาดไม่ถึง เช่นตรงกับความหมายชื่อเล่นของผมที่แปลว่าผีเสื้อ ที่มาของชื่อดอกนี้ดูยิ่งใหญ่อลังการและสุดท้ายก็คือชื่อในภาษาญี่ปุ่นของ มันก็คือดอกนาเดชิโกะ ซึ่งเป็นที่มาของอนิเมะเรื่องโปรดสุดๆของผมอย่างยานรบอวกาศนาเดซิโก้ด้วย

12.ดับเบิลเฮลลิกซ์
- หรือชื่อในภาษาอังกฤษDoubleHelix ความหมายของมันได้อธิบายในเรื่องเอาไว้แล้วแต่อยากจะเสริมสักนิดว่าตอนแรกผม ไม่คิดว่าจะให้ทั้งสองคนนี้มีความสัมพันธ์ที่มีลักษณะเหมือนกับเกลียวคู่ หรอกครับ แต่พอไปอ่านบทความเรื่องเกลียวมาและรู้ว่าแม้แต่เช็คสเปียร์ยังเอาไปใช้ ผมก็เลยตัดสินใจเลือกใช้เกลียวคู่นี้ทันที

13.กระจกหุง
- ภายใต้โลกสีฟ้ากับขาวที่เป็นฉากในห้องทดสอบของเจเนซิสนั้น การมีอยู่ของกระจกหุงที่หลากสีนับเป็นสิ่งประหลาดเลยทีเดียว แต่เพราะผมนึกภาพโบสท์ในยามค่ำคืนที่แสงส่องเข้ามาน้อยๆให้เป็นฉากห้องทดสอบ ของเจเนซิส ถ้าหากขาดกระจกหุงไปก็กะไรอยู่ บางทีกระจกหุงเหล่านั้นอาจจะใช้แทนความแปลกประหลาดและความสงสัยในใจของเขาก็ เป็นได้น่ะ

14.ค่าพายและไฟน์แมนพ๊อยส์
- ผมไม่เคยอ่านหนังสือฟิสิกค์ของไฟน์แมนรู้เรื่องเลยสักเล่ม แต่ถึงแบบนั้นก็ยังชอบซื้อมาอ่าน ที่ตัดสินใจให้ค่าพายที่แกะสลักในห้องจบลงที่ไฟน์แมนพ๊อยส์นั้น นอกจากจะงดงามแล้วยังเป็นการชื่นชมเขาทางอ้อมครับ ส่วนที่เลือกค่าพายก็คงเป็นเพราะมันเป็นจำนวนที่แปลกประหลาดและดูไม่สิ้นสุด ละมั้ง การประมวลผลหาขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเองก็ใช้การคำนวนหาค่า พายนี้เป็นตัววัด ค่าพายยังเชื่อมโยงกับอัตราส่วนเส้นรอบวงของวงกลมกับเส้นผ่าศูนย์กลาง ผมคิดว่าบางทีถ้าเรารู้ตำแหน่งสุดท้ายหรือจุดสิ้นสุดของมันได้ เราอาจจะสามารถทำลายสิ่งที่เรียกว่าอินฟินิตี้ได้นะ คิดแบบนั้นกันไหมครับ?

15.ร่างหมีแพนด้าของผ.อฟรีด้า
- จริงๆผมตั้งใจจะล้อหมีโมโนคุมะจากเกมดันกันรอนป้าที่มีสีขาวครึ่งตัวและสีดำ ครึ่งตัวและชอบจ้องมองจอมอนิเตอร์เหมือนๆกัน และเห็นว่าแพนด้ามันเอาไปเล่นต่อยอดมุขอื่นได้ด้วยก็เลยเลือกใช่ ว่าแต่ทุกคนเห็นด้วยกับแนวคิดของผ.อฟรีด้ารึเปล่าครับ? โลกนี้ไม่มีสีเทามีแต่ขาวและดำเท่านั้นแต่ว่าขาวกับดำนั้นมีอยู่ในตัวของ ทุกๆคนและทุกสิ่งทุกอย่าง มันแยกกันอยู่แต่ไม่